เพชรแฟนซี

2499 จำนวนผู้เข้าชม  |  รูปทรงของเพชร

เพชรแฟนซี

การที่คุณทราบว่า เพชรแฟนซี 12 แบบยอดนิยมแบบไหนได้รับความนิยมมาก จะช่วยทำให้คุณตัดสินใจเลือกรูปทรงของเพชรได้ง่ายขึ้น!!!!

 

12 เพชรแฟนซี ที่ได้รับความนิยมสูงสุด!!!


1. เพชรกลม (Round Brilliant Cut Diamond)

หากไม่พูดถึงคงจะเป็นไม่ได้ นั่นก็คือ เพชรกลม รูปทรงเพชรที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดตลอดกาล ซึ่งคิดเป็นจำนวนกว่า 2 ใน 3 ของเพชรที่ซื้อขายกันทั่วโลก จุดเริ่มต้นของความนิยม คาดว่ามาจากหนังสือของ Marcel Tolkowsky ที่ตีพิมพ์ในปีค.ศ. 1919 ซึ่งวิเคราะห์เกี่ยวกับการสะท้อนและหักเหของแสงในเพชร โดยเขาได้พูดถึงเพชรกลมไว้ ว่าเป็นรูปทรงที่สามารถแสดงประกายไฟได้ดีที่สุด จนกลายเป็นที่ฮือฮาในวงกว้าง ส่งผลให้เพชรกลมได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนถึงปัจจุบัน
รูปทรงของเพชรกลมที่ขัดเกลามาเป็นอย่างดี จะสามารถสะท้อนแสงไฟได้ดี ทำให้เพชรดูมีประกายวูบวาบ ด้วยหน้าเพชรทั้งหมดกว่า 58 ด้าน
เคล็ดลับการเลือกซื้อ 
คุณภาพของการเจียระไนเพชร (Diamond Cut Quality) นั้นถือเป็นหัวใจของการเลือกเพชร เพราะจะส่งผลต่อความงดงามได้มากที่สุด เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นเพชรน้ำงาม 100% (D-Color) ก็สามารถดูหม่นหมองได้หาก Cut ไม่สวย

เพราะฉะนั้น หากคุณกำลังซื้อเพชรมีใบเซอร์ GIA หรือ HRD คุณควรสังเกตให้ดีว่าในส่วนของ Cut เป็นเพชรเจียระไน 3 Excellence หรืออย่างน้อยควรเป็น Very Good เพื่อให้เพชรดูมีประกายงดงาม


ข้อดี หตุผลที่เพชรกลมได้รับความนิยมนั้นมีหลายประการ โดยหลักๆคือเพชรกลมนั้นสามารถแสดงประกายไฟได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังมอบลุคที่ดูคลาสสิกตลอดกาลการให้แก่ผู้สวมใส่ เพชรกลมจึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการสั่งทำแหวนเพชรแหวนแต่งงาน แหวนหมั้น  สร้อยคอเพชร ต่างหูเพชร และเครื่องประดับเพชรอื่นๆ


2. เพชรปริ้นเซส / เพชรสี่เหลี่ยม (Princess Cut Diamond)



เพชรปริ้นเซสคัท ถือเป็นเพชรแฟนซีที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ 2 รองจากเพชรกลม

ตามหลักแล้ว เพชรปริ้นเซสคัทที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส จะดูเล่นไฟได้ดีเหนือกว่าเพชรแฟนซีอื่นๆที่มีรูปทรงใกล้เคียงกัน นอกจากนี้หากคุณโชคดี อาจจะได้พบเห็นเพชรปริ้นเซสคัททรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอีกด้วย (หายาก)

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

ขอบเพชรปริ้นเซสคัททั้งสี่มุมนั้นเป็นปลายแหลม ฉะนั้นเพื่อป้องกันการไม่ให้ขอบบิ่นหรือแตก จึงแนะนำให้ฝังลงตัวเรือนด้วยหนามเตยให้ครบทั้ง 4 ด้าน อีกทั้งยังสามารถช่วยซ่อนตำหนิได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ข้อดี เพชรปริ้นเซสคัทเป็นรูปทรงเพชร ที่มอบลุคสไตล์คลาสสิกให้แก่ผู้สวมใส่ ในขณะที่ยังมีความสามารถเล่นประกายไฟได้ดีไม่แพ้เพชรกลม และที่สำคัญเพชรปริ้นเซสคัทยังมีราคาประหยัดกว่าเพชรกลมพอสมควรอีกด้วย


3. เพชรเอมเมอรัล / เพชรสี่เหลี่ยม (Emerald Cut Diamond)


ชื่อของเอมเมอรัลคัท นั้นมาจากเทคนิคการเจียระไนมรกตที่ช่างในสมัยก่อนนิยมใช้กัน ในภายหลังเมื่อได้มีการนำมาประยุกต์ใช้เจียระไนเพชรด้วย จึงกลายเป็นเหลี่ยมเพชรเอมเมอรัลคัท

เพชรเอมเมอรัลคัท จะมีจุดเด่นตรงพื้นที่หน้าเพชรที่กว้างกว่าเหลี่ยมอื่นๆ จึงสามารถรับแสงไฟได้กว่า ในการไปสะท้อนกับส่วนเส้นตรงภายใน ที่เจียระไนเหมือนขั้นบันได สำหรับเพชรรูปทรงนี้ ที่เห็นกันบ่อยจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ความจริงแล้วมีแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสด้วยเช่นกัน

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

เนื่องจากเพชรเอมเมอรัลคัทมีหน้ากว้างมาก หากมีตำหนิก็จะสามารถเห็นได้ง่ายกว่าเพชรทรงอื่นๆ จึงแนะนำให้คุณเลือก Clarity ไม่ต่ำกว่า VS2 เพื่อให้มั่นใจว่าตำหนิจะไม่ขึ้นที่หน้าอย่างชัดเจน

ข้อดี ข้อได้เปรียบหลักของเพชรเอมเมอรัลคัท คือเป็นรูปทรงเพชรที่โชว์ความยิ่งใหญ่ได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับเพชรอื่นๆในน้ำหนักกะรัตเดียวกัน จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีงบจำกัด แต่ต้องการสวมใส่เพชรเม็ดโต


4. เพชรคุชชั่น / เพชรสี่เหลี่ยมขอบมน (Cushion Cut Diamond)



เพชรคุชชั่นคัท มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมขอบมน ที่ดูแล้วคล้ายๆกับหมอนอิง (Cushion) และเนื่องจากส่วนที่โค้งงอที่เจียระไนมาเป็นอย่างดี จึงทำให้สามารถนำพาแสงไฟได้ระยิบระยับมาก

เพชรคุชชั่นคัท มีความแตกต่างจากเพชรรูปทรงอื่น ตรงที่มีตัวเลือกย่อยให้คุณเลือกสรรหลากหลายแบบ เช่น แบบปกติ (Standard) แบบประยุกต์ (Modified) และแบบโมเดิร์น (Modern)

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

เพื่อให้แน่ใจว่าเพชรคุชชั่นคัทของคุณ จะดูสมส่วนและเล่นไฟได้อย่างดีเยี่ยม จึงแนะนำให้คุณมองหาแบบที่มีความลึกและหน้ากว้างไม่เกิน 70%

ข้อดี เนื่องจากเพชรคุชชั่นคัทมีหลายตัวเลือก คุณจึงสามารถนำมาออกแบบได้ตามที่คุณชอบ อีกทั้งยังให้ความรู้สึกหรูหรา และเป็นแฟชั่นคลาสสิกที่มีกลิ่นอายของความโมเดิร์นอยู่


5. เพชรแอชเชอร์ (Asscher Cut Diamond)



เพชรแอชเชอร์คัท มีจุดกำเนิดจากบริษัทเจียระไนเพชร Asscher Brothers of Holland ที่เริ่มเจียระไนเพชรรูปทรงนี้ครั้งแรก ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปีค.ศ. 1902 และได้รับความนิยม 100 ปีให้หลังตั้งแต่ช่วงปีค.ศ. 2002 หลังจากที่มีการดัดแปลงวิธีการเจียระไนเล็กน้อย เพชรรูปทรงนี้ เป็นอีกตัวเลือกที่ดูดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเอมเมอรัลคัทอยู่แล้ว เพราะมีความคล้ายกันมาก แต่แอชเชอร์คัทจะมีหน้ากว้างเล็กกว่า และมีลูกเล่นขั้นบันไดที่ลึกกว่า การเล่นไฟจึงมาจากภายในตัวเพชรอย่างแท้จริง

ขอบที่ได้รับการเจียระไนให้ดูมนของเพชรทรงนี้ เป็นการเพิ่มรสชาติของความเก๋ไก๋ แถมยังทำให้เพชรดูแล้วรู้สึกมั่นคงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

เมื่อพูดถึง Color แล้ว เพชรแอชเชอร์คัทจะไม่สามารถซ่อนสีที่แท้จริงได้ดีเท่าเพชรกลมหรือปริ้นเซสคัท และเนื่องจากเพชรทรงนี้ถูกเจียระไนมา เพื่อให้ดูมีความชัดเจนและความมันเงาเป็นพิเศษ จึงไม่สามารถซ่อนตำหนิได้ เพราะฉะนั้นผมจึงแนะนำให้คุณเลือก Color ที่สูงกว่า H และ Clarity ที่สูงกว่า VS ถ้าหากต้องการซื้อเพชรทรงนี้

ข้อดี เนื่องจากเพชรแอชเชอร์คัทมีส่วนฐานเพชร (Pavilion) ที่ลึก และรายละเอียดเรื่องความแม่นยำค่อนข้างเยอะ จึงเป็นที่หลงรักของใครหลายคนไปโดยปริยาย เพราะถึงแม้ว่าจะดูแล้วคล้ายๆกับเพชรเอมเมอรัลคัท แต่จริงๆแล้วเพชรแอชเชอร์คัทนั้นจะดูมีประกายไฟมากกว่าเล็กน้อย เพราะมีส่วนบนของเพชร (Crown) ที่สูงกว่า


6. เพชรหยดน้ำ (Pear Shaped Diamond)


ด้วยรูปทรงกลมมนที่ไปประจบกันอย่างลงตัวที่ปลายแหลมดั่งหยดน้ำ จึงทำให้เพชรทรงหยดน้ำได้รับการยอมรับในความคลาสสิกลงตัว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาอย่างแท้จริง

เพชรหยดน้ำที่นำมาประดับแหวนเพชร มักจะให้ปลายแหลมชี้เข้าตัวมาทางด้านหัวใจของผู้สวมใส่ เพื่อแทนสัญลักษณ์แห่งความรักที่มุ่งมั่นและแน่นอน

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

เพชรทรงหยดน้ำ จะมีจุดเด่นอยู่ที่เงาบนส่วนกลางของหน้าเพชร ที่จะมีรูปทรงเหมือนหูกระต่าย คุณควรจะเลือกดูว่าเงานั้นมีความเหมาะสม ไม่มากเกินและไม่น้อยเกิน หรือคุณอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยดูให้จะดีมาก

ข้อดี  เพชรหยดน้ำนั้นมีเสน่ห์ที่น่าหลงไหลอย่างบอกไม่ถูก จึงเหมาะแก่การนำมาประดับแหวนเพชรแต่งงานเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นรูปทรงเพชรที่หายาก จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนอกเหนือจากเพชรกลมทั่วไป และที่สำคัญเพชรทรงหยดน้ำสามารถซ่อนตำหนิเพชรได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


7. เพชรวงรี (Oval Cut Diamond)


เนื่องจากเพชรวงรี มีรูปทรงและเหลี่ยมคล้ายเพชรกลม จึงมีลักษณะการเล่นไฟคล้ายกันมากเช่นกัน แต่ยังคงให้ลุคที่ดูแตกต่างเพราะหน้ากว้างที่ยาวกว่า ทำให้เพชรดูมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับเพชรทรงอื่นในน้ำหนัก กะรัตเดียวกัน

เคล็ดลับการเลือกซื้อ การเลือกซื้อเพชรทรงวงรี จะมีวิธีคล้ายๆกับการดูเพชรทรงหยดน้ำ คือให้คุณสังเกตที่ความเข้มของเงาหูกระต่ายหน้าเพชรว่ามีมากน้อยแค่ไหน

ข้อดี เพชรวงรีมีข้อได้เปรียบในแง่ของความทนทาน เนื่องจากไม่มีขอบหรือมุมแหลม จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการแตกหัก อีกทั้งยังมีรูปทรงคล้ายๆเพชรกลมในราคาที่ย่อมเยากว่าด้วย


8. เพชรรูปหัวใจ (Heart Shaped Diamond)



เพชรรูปหัวใจ คือที่สุดแห่งสัญลักษณ์ในการแสดงความรัก ด้วยรูปทรงหัวใจที่ดูโดดเด่นเมื่อนำไปประกอบกับตัวเรือนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแหวนเพชร แหวนแต่งงาน จี้เพชร ต่างหูเพชร หรือเครื่องประดับเพชรอื่นๆ

เพชรรูปหัวใจแต่ละเม็ด มีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกันออกไป ทั้งในด้านความกว้างและความยาว ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของคุณล้วนๆ

โดยปกติแล้ว เพชรรูปหัวใจควรจะมีสัดส่วนที่สมมาตรกันทั้งซ้ายขวา เพื่อที่เพชรจะได้ดูสมส่วนและมีเนื้ออิ่ม นอกจากนี้คุณควรเช็คให้ดีในส่วนปลายแหลม ว่ามีความชัดเจนดีหรือไม่ และต้องไม่แตกหักหรือบิดงอ

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

เนื่องด้วยลักษณะรูปทรงของเพชรหัวใจ ที่มีความแตกต่างจากทรงอื่นๆอย่างชัดเจน คุณควรเลือกซื้อเพชรรูปหัวใจที่มีน้ำหนักกะรัตมากกว่า 1 หรือ 2 กะรัต ในการเป็นเพชรเม็ดหลักของตัวเรือน เพื่อให้มีโดดความเด่นอย่างงดงาม

หากคุณเลือกซื้อเพชรรูปหัวใจ ที่มีน้ำหนักกะรัตน้อย การเลือกตัวเรือนฝังแบบหนามเตย 3 หนามมักเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยเน้นในส่วนขอบของหัวใจให้ดูสะดุดตามากยิ่งขึ้น

ข้อดี นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรักแล้ว เพชรรูปหัวใจเป็นรูปทรงที่จำเป็นต้องได้รับเจียระไนอย่าละเอียดที่สุด (Premium Cut) ส่งผลให้มีโอกาสที่มูลค่าในอนาคตของเพชรหัวใจจะเพิ่มขึ้นสูงด้วยเช่นกัน (Growing Value Over Time)


9. เพชรเรเดียน (Radiant Cut Diamond)


เพชรเรเดียนคัท ได้รับความนิยมในช่วงปีค.ศ. 1980 จากความงดงามของประกายไฟ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรองเพียงแค่เพชรกลม

เพชรรูปทรงนี้ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีหน้าเพชรจำนวนมากกระจุกอยู่ตรงส่วนรอบๆเพชร ซึ่งทำให้สามารถส่งมอบประกายไฟออกมาได้อย่างเยี่ยมยอด

นอกจากนี้ส่วนของขอบที่เป็นเหลี่ยมตัดนั้น ยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการ Match กับเพชรกลม หรือเพชรเหลี่ยม บนเครื่องประดับเพชรชิ้นเดียวกันอีกด้วย

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

โดยทั่วไป การสังเกต Color ที่แตกต่างของเพชรเรเดียนคัทด้วยตาเปล่านั้น จะทำได้ยากกว่าเพชรรูปทรงอื่นๆ คุณจึงสามารถเลือกซื้อเพชรทรงนี้ตั้งแต่น้ำ 96% (H Color) ขึ้นไปก็ดูขาวเพียงพอแล้ว แล้วสามารถนำงบประมาณที่มีอยู่ไปลงทุนอัพเกรดในส่วนของ Cut ให้งามยิ่งขึ้นได้

ข้อดี เนื่องจากเพชรเรเดียนคัท เกิดจากการเจียระไนให้มีหน้าเพชรและเหลี่ยมมุมจำนวนมาก จนดูคล้ายกับก้อนน้ำแข็งร้าว จึงถือเป็นข้อได้เปรียบ เพราะทำให้สามารถซ่อนตำหนิเพชรได้ดีกว่าเพชรทรงอื่นๆ อีกทั้งส่วนขอบตัดจะช่วยเสริมความคงทนของเพชร ทำให้เหมาะกับผู้ที่ใช้ชีวิตแบบ Active Lifestyle


10. เพชรมาคี (Marquise Cut Diamond)



ตามตำนานว่ากันว่า เพชรทรงมาคีนั้นได้ถือกำเนิดขึ้น เมื่อกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 (King Louis XIV) แห่งประเทศฝรั่งเศส ทรงรับสั่งให้ช่างเจียระไนเพชรตามรูปทรงของปากนางสนมที่พระองค์ทรงโปรดปรานเป็นพิเศษ หลังจากนั้นเพชรมาคีจึงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

ด้วยรูปทรงที่เรียวอวบเปรียบเสมือนเมล็ดข้าว เมื่อมองในแนวนอนคล้ายดวงตาที่งดงาม จึงช่วยเสริมภาพลักษณ์ของนิ้วผู้สวมใส่ให้ดูเรียวยาวสวยงามยิ่งขึ้น

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

นื่องจากเพชรมาคีมีรูปทรงเรียวยาว ความสมมาตรจึงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆเมื่อคุณคิดจะเลือกเพชรทรงนี้ โดยคุณควรตรวจสอบให้มั่นใจว่า ปลายแปลมทั้งสองฝั่งที่โค้งประจบเข้าหากันนั้น อยู่ในองศาระนาบเดียวกันที่ 180 องศา

เมื่อเพชรทรงนี้ประดับอยู่บนตัวเรือน หนามเตยทั้งสองข้างจะจับเข้ากับปลายแหลมทั้งซ้ายขวา เพื่อไม่ให้เกิดการเลื่อนไปมา เพราะฉะนั้นหากตำหนิเพชรยิ่งอยู่ส่วนปลายมากเท่าไร ก็จะดีมากเท่านั้นสำหรับเพชรมาคี

ข้อดี รูปทรงที่ยาวกว่าทั่วไปของเพชรมาคี จะทำให้เพชรดูโตกว่าเพชรอื่นๆในน้ำหนักกะรัตเดียวกัน อีกทั้งยังช่วยทำให้นิ้วของผู้สวมใส่ดูผอมและยาวขึ้น จึงเหมาะกับผู้ที่มีโครงนิ้วอ้วนท้วมเป็นพิเศษ


11. เพชรบาเก็ต (Baguette Cut Diamond)



เพชรทรงบาเก็ต มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้วยหน้าเพชร 24 ด้าน ขอบที่คู่ขนานกันเป็นเส้นตรงยาว และความโปร่งใสของเพชรที่โดดเด่นกว่าเพชรทรงอื่นๆ

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

เพชรบาเก็ต มักนิยมใช้เป็นเพชรขนาดเล็ก ในการประดับรอบๆเพชรเม็ดโต เพราะจะเน้นย้ำให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยจะช่วยไม่ให้ดึงดูดความสนใจจากเพชรเม็ดหลัก

นอกจากนี้ หลายคนนิยมเพชรบาเก็ตมาใช้ประกอบรวมกัน ให้ดูราวกับเป็นเพชรเม็ดใหญ่เม็ดเดียว (Illusion Cut) เพราะจะช่วยประหยัดงบประมาณกว่าการซื้อเพชรเม็ดเดี่ยวมากเลยทีเดียว

ข้อดี ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีหน้ากว้าง เพชรบาเก็ตนั้นจะดูราวกับมีน้ำหนักกะรัตมากกว่าที่เป็น อีกทั้ง Clarity ที่ชัดเจน และความสมมาตรที่เรียบง่าย จึงเป็นเครื่องหมายแสดงความคลาสสิกตลอดกาล


12. เพชรสามเหลี่ยม (Trillion Cut Diamond)



เพชรทรงสามเหลี่ยม เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบอะไรที่แปลกแหวกแนว เพราะเพชรทรงนี้ไม่ใช่ทั้งกลมหรือเหลี่ยม แต่เป็นสามเหลี่ยมที่ไม่เหมือนทรงไหนเลย

และด้วยความสามารถในการเล่นประกายไฟได้ดูนุ่มลึก พร้อมสะกดทุกสายตา ทำให้เพชรสามเหลี่ยมนั้นดูมีความเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างง่ายดาย

เคล็ดลับการเลือกซื้อ.

เพชรสามเหลี่ยม เหมาะนำมาใช้ประดับเป็นเพชรเม็ดหลักในแหวนเพชรแต่งงาน หรือใช้เป็นเพชรตกแต่งรอบๆก็ได้หากเป็นเพชรขนาดเล็ก และเมื่อคุณสั่งทำแหวนเพชรสามเหลี่ยม ขอแนะนำให้คุณเลือกแบบที่มีหนามเตยมาจับทั้งสามมุมของเหลี่ยมไว้ เพื่อปกป้องไม่ให้ส่วนแหลมของเพชรไปกระทบกับสิ่งของ

ข้อดี ด้วยรูปทรงที่มีเอกลักษณ์ของเพชรสามเหลี่ยม จึงทำให้ผู้สวมใส่ดูเป็นคนที่กระฉับกระเฉง ว่องไว และดูทันสมัยเป็นพิเศษ อีกทั้งความกว้างเป็นพิเศษของหน้าเพชรสามเหลี่ยม ทำให้เพชรทรงนี้ดูใหญ่กว่าเพชรอื่นๆในกะรัตเดียวกันอีกด้วย



รูปทรงเพชร VS การเจียระไนเพชร – ต่างกันอย่างไร?


คำว่า รูปทรงเพชร (Diamond Shape) และ การเจียระไนเพชร (Diamond Cut) มักจะมีหลายคนที่ยังคงเข้าใจผิดอยู่ เพราะคิดว่าเหมือนกัน แต่ที่จริงแล้วทั้งสองคำนั้นมีความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง

รูปทรงเพชร หมายถึง สิ่งที่อธิบายมาตั้งแต่แรกในบทความนี้ นั่นก็คือลักษณะทางกายภาพภายนอกของเพชร ที่เป็นสิ่งจำแนกเพชรตามรูปทรง เช่น เพชรกลม เพชรรูปหัวใจ เพชรสี่เหลี่ยม

การเจียระไนเพชร หมายถึง ความสมมาตร คุณภาพของรายละเอียด ความกว้าง ความลึก ฯลฯ ซึ่งส่งผลโดยตรงไปยังความสามารถในการเล่นไฟ หรือความดูมีประกายของเพชร

ยกตัวอย่าง เพชรปริ้นเซสคัทเม็ดหนึ่งอาจจะมีงานเจียระไนที่ดูลึกเกิน จึงทำให้ดูไม่เล่นไฟ ก็อาจเรียกได้ว่าการเจียระไนเพชรไม่ดี แต่เมื่อพูดถึงรูปทรงก็ยังคงเป็นเพชรปริ้นเซสคัทอยู่ดี ไม่สามารถกลายเป็นเพชรทรงอื่นไปได้ เพราะฉะนั้นหากคุณเลือกเพชรปริ้นเซสคัทที่มีคุณภาพการเจียระไนดี ก็จะทำให้เพชรเม็ดนั้นดูดีมีมูลค่าตามไปด้วย


สรุป: เพชรแฟนซี อาจเป็นคำตอบสุดท้ายของคุณ!!!!

การที่คุณมีความรู้ในเพชรแฟนซีรูปทรงต่างๆ ถือเป็นการเปิดโอกาสเพิ่มตัวเลือกใหม่ๆ ให้กับการซื้อเพชรในครั้งหน้าของคุณ ซึ่งไม่ว่าคุณจะซื้อเพชรออนไลน์หรือหน้าร้าน เรายินดีให้คุณนำข้อมูลที่เราเขียนในบทความนี้ไปแบ่งปันกับเพื่อนๆ โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจซื้อเพชรทุกท่าน

ท้ายที่สุดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อเพชร คือการเลือกเพชรให้เหมาะสมกับบุคลลิก ลักษณะนิสัย สไตล์การแต่งตัว หรือโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น หากคุณกำลังมองหาแหวนเพชรแต่งงาน คุณก็ควรจะเช็คให้มั่นใจว่าเขาจะรักแหวนเพชรวงนั้นจริงๆ และจะยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้นำแหวนเพชรวงนั้นมาสวมใส่


                                                                                                                                                ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Above Diamond 

Powered by MakeWebEasy.com